TrAvEl.. iN.. LoVe

ღღღในวันที่หัวใจจะขอ..ออกเดินทางเพื่อตามหา..สายลมหนาวღღღ

Pages

  • Home

ღ☆ i am in love ☆ ღ View my profile

Previous

  • Birth..Day@..Me
  • ลมเย็น ๆ...
  • วัน..Fine Day
  • (แม่น้ำยาม)..พระจันทร์เต็มดวง
  • เพราะ..ฉันมันโง่(เอง)

Latest Comments

  • Birth..Day@..Me
  • ลมเย็น ๆ...
  • วัน..Fine Day
  • (แม่น้ำยาม)..พระจันทร์เต็มดวง
  • เพราะ..ฉันมันโง่(เอง)

Recommend

    นั่งเล่น..รับลมเย็น ๆ

    posted on 23 Sep 2009 23:04 by mamphis

     

    เพลง: สายลม 
    ศิลปิน: วงนั่งเล่น 
    อัลบั้ม: วงนั่งเล่น 

    เดี๋ยวมันก็ผ่านพ้น เดี๋ยวไม่นานก็จาง เดี๋ยวมันก็มีทางไป 
    ท้อไปก็เท่านั้น ท้อทำไม มายิ้มให้มันจะดีไหม ที่เรามีแก่ใจทักทายกัน 

    (ว่า)วันที่ทุกข์ใจจะมาเมื่อไหรก็เมื่อนั้น (แต่)วันที่สำคัญคือวันที่ฉันเข้าใจ 
    ใจดีไม่ท้อ พอจะทานไหว มันก็ไม่เท่าไหร่ อย่าท้อใจ อีกไม่นานสายลมก็พัดมา 

    หวานไปก็มีขม หวานทุกวันก็เอียน ขมมีให้พอเป็นยา 
    ร้องไห้ก็เท่านั้น ร้องเพลงดีกว่า วันไหนที่มีแต่ปัญหา ขอให้เดินเข้ามาร้องเพลงกัน 


    เคยไม่เข้าใจ ก็ทำไม ต้องเป็นเรา 
    ใจเดินเบาๆ เมื่อเรา เริ่มเข้าใจ 

     

     

    ช่วงนี้ฉันชอบฟังเพลง เพลงนี้"สายลม" ของ"วงนั่งเล่น" อยู่บ่อยๆ

    วันละหลาย ๆรอบฉันชอบที่ทำนอง เล่นเนื้อร้อง และทุกครั้ง

    ที่ฉันได้ฟังเพลงนี้..ฉันก็จะคิดถึงเพื่อน ๆ..อยากให้พวกเค้ามานั่งฟัง..

    อยู่ด้วยกันฉันว่าพวกเราในช่วงนี้..ต่างคนต่างมีเรื่องราวบางอย่างอยู่ในใจ..

    ของแต่ล่ะคน..จะมากบ้างน้อยบ้าง..ก็อยู่ที่วิธีในการรับมือของแต่ละคน..

    เรื่องนี้ฉันไม่ห่วงพวกเค้าเลย..เพราะฉันเชื่อว่าพวกเค้าจะ

    ก้าวผ่านมันไปได้..อาจจะใช่เวลาในการผ่านพ้นช่วงเวลานั้น ๆ

    ไม่เท่ากัน..แต่ก็เชื่อว่าพวกเราจะผ่านมัน..มาได้อย่างสวยงาม..

     

    Ps.แต่ถึงแม้จะไม่มีเรื่องราวอะไรใด ๆ ในใจก็ยังอยากให้ฟังเพลงนี้

    ด้วยกัน "มานั่งเล่น..รับลมเย็น ๆให้หัวใจอุ่น ๆกันดีมั้ย"

     

    Tags: กำลังใจ, วงนั่งเล่น, สายลม, สู้สู้, อย่าท้อ6 Comments

    รอยยิ้ม :)ในวันนี้..

    posted on 18 Sep 2009 22:47 by mamphis

     

     

     

    รอยยิ้มของฉันในวันนี้เป็นเพียงหน้ากาก

    อีกอันที่ฉันเลือกที่จะหยิบมันขึ้นมาใส่อีกครั้ง..

     

    รอยยิ้มที่ฉายอยู่บนหน้า ทำให้ฉันรู้สึกเหนื่อยกับมัน

    มากขึ้น ทุกวัน ทุกวัน ฉันยังคงพยายาม ยิ้ม และยิ้ม

     

    เพื่อให้คนอื่น ๆ รอบตัวฉันสบายใจ และยิ้มทั้ง ๆ ที่ไม่อยาก

    จะยิ้ม..ฉันจะฝืนยิ้มอยู่อย่างนี้ได้อีกนานเท่าไร..

     

    นับวันฉันยิ่งไม่เข้าใจตัวเอง..ฉันเศร้าในขณะที่ยังยิ้มอยู่

    ฉันร้องไห้ทั้ง ๆ ที่ยังหัวเราะ ฉันเหงาทั้ง ๆ ..

    ที่มีคนอยู่ร่ายล้อมรอบ ๆ ตัว และฉันสับสน จนไม่อาจก้าว

    ต่อไปได้..สิ่งที่ฉันควรทำในตอนนี้..คือ..หยุดมัน

     

    สักที่...ใช่ไหมความคิด

     

     

     

    ดูโค้ดเพลง (embed code) คลิกที่นี่
    16 Comments

    ดอกไม้ ผีเสื้อและดวงดาว

    posted on 14 Sep 2009 21:26 by mamphis

     

     

    "ดอกไม้หน้าบ้านผลิบานหลากสี 

    ขาวส้มอมชมพูมี และผีเสื้อนานาพันธ์

    ดอกไม้ดวงดาวในทุ่งหญ้าของพระจันทร์ 

    วาววับแม้ไร้ซึ่งสีสันก็ยังสวยในตัวดาว

    ดอกไม้ดาวบานยามค่ำคืน

    ดอกไม้บนพื้นดินบานกลางวัน

    ยามมองให้งาม งามเท่ากัน

    นั้นเพราะเราใช้ใจมอง"

     

    ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองตอนนี้อยูในอารมณ์ไหน เหมือนจะเหงา ๆ

    อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้แหงนหน้ามองฟ้าไม่เห็นดาวและพระจันทร์

    ดอกไม้ที่เคยมีก็มาหายไปมองออกไปเห็นแต่สายฝน..

    ทุกสิ่งที่ฉันชอบมอง ชอบดูรอบ ๆ ตัวว่างเปล่าหายไปกับสายฝน 

    นี้ฉันคงไม่ชอบฤดูนี้จริง ๆ นอกจะจะทำให้เหงาในยามฝนตก

    ฟ้ายามค่ำคืนก็ยังถูกเมฆฝนบดบังดูแล้วเศร้า ๆ  ดอกไม้ดูอ่อนแรง

    และผีเสื้อก็ยังมาหนีหาย มองไปทางไหนก็ดูบรรยากาศออกจะมัว ๆ  

     

       

     

    ที่สุด...คือฝนคงตกในใจฉันคงเป็นที่ตัวฉันเองที่มีเรื่องบางเรื่องราว

    อยู่ในใจ อย่างไม่ค่อยเข้าใจ พยายามที่จะเข้าใจแต่สุดท้ายคงพยายาม

    มากไปหรือฉันไม่ควรที่จะพยายามเหมือนที่ใครเคยบอกไว้ ปล่อยมันไป

    บ้างถ้ามันยากนัก ก็ปล่อยมันไปตามแต่ที่มันควรจะเป็น  

     

    เพราะ..ฉันไม่รู้สุดท้ายปัญหาของฉัน มันเกิดจากอะไร 

    อะไรคือปัญหา  ฉันจึงไม่รู้ว่าต้องแก้มันที่ตรงไหน..

    ที่สุดฉันอาจต้องปล่อยมันไปจริง ๆ หรือ จริง ๆ แล้วมันอาจจะ

    ไม่มีอะไรเลย แค่ความว่างเปล่า หรือเป็นฉันที่คิดเยอะไป

    คิดมากไปอย่างที่ใครบอกมา อาจเป็นเพราะ..

    ระยะห่าง ที่ไกลกันทั้งระยะทางและความเข้าใจ...

     

     

    5 Comments

    KoH LaN...

    posted on 01 Sep 2009 17:47 by mamphis

     

    ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา นำพวกฉันกลุ่มเล็กเล็กมารวมตัว

    และออกเดินทาง การเดินทางแยกออกเป็นสองกลุ่ม ต่างกลุ่มต่างไป

    แต่จุดมุ่งหมายเดียวกันคือ "เกาะล้าน" นัดแนะกันเฉพาะกลุ่มฉันเวลา

    เก้าโมงเช้า ณ ร้านแมคโดนัลล์ ออกเดินทางจากร้านประมาณสิบโมงเช้า

    และแล้วจากตอนแรกที่นัดกันกับอีกกลุ่มว่าพวกเราจะลงเรือลำเดียวกัน

    (ฟังดูรักกันดีโนะแต่จริง ๆ ก็...) กลุ่มพวกฉันไม่ทัน จุดนัดแนะจึง

    เปลี่ยนเป็นเจอกันที่เกาะล้านที่บ้านพัก และแล้วพวกฉันก็ถึงเกาะล้าน

    เวลาประมาณ เกือบ ๆ บ่ายสองโมง ใจฉันคิดนี้เหรอเกาะล้าน นี้ไงเกาะล้าน

    และนี้คือ"เกาะล้าน" ที่ที่เกือบจะไม่ได้มาด้วยเวลาไม่เคยตรงกัน

    (เหมือน ๆ กับความคิดพวกเรานั้นแหละ _*_)

     

     

     หาดตาแหวน @ เกาะล้าน

     

                  หาดตาแหวน @ เกาะล้าน

     

                                    หาดแสม @ เกาะล้าน

                                หาดแสม @ เกาะล้าน

                               หาดนวล @ เกาะล้าน

                                  หาดนวล @ เกาะล้าน

     

                     หาดนวล @ เกาะล้าน

                                 หาดนวล @ เกาะล้าน 

                        ร้าน Postcard @ เกาะล้าน

                         ร้าน Postcard @ เกาะล้าน

                                บ้านราชาวดี @ เกาะล้าน

                                ท่าหน้าบ้าน @ เกาะล้าน

                                 กังหันลม @ เกาะล้าน

                                บ้านชมเล @ เกาะล้าน

                               The gang @ เกาะล้าน

                             2 สาวผู้บ้าบอ @ เกาะล้าน

                     _*_ เช่นดีงข้างต้นที่กล่าวมา บ้าบอ

                               หาดทองหลาง @ เกาะล้าน

     

     

     

     

    เกาะล้านสำหรับฉัน ไม่มีอะไรมากไปกว่า ทะเล ผู้คน และแสงแดด

    ความประทับใจในสถานที่ มีไม่มาก แต่ก็ไม่น้อยจนเกินไป ครั้งนี้ก็คง

    ต้องยกประโยคเดิม ๆ ที่ เคย ๆ ใช้ ๆ มาว่า "มันไม่สำคัญที่สถานที่แต่

    มันสำคัญที่ได้ไปกับใครมากกว่า" ครั้งนี้คงเป็นแบบนั้นจริง ๆ คงเพราะ

    ได้ไปกับเพื่อน ๆ กลุ่มนี้ ที่ไหน ๆ ก็คงเป็นความทรงจำดี ๆ ขอฉันได้ 

    ขอบคุณในการเดินทางร่วมกันครั้งนี้นะเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทั้งหลาย

    Tags: ท่องเที่ยว, เกาะล้าน3 Comments

    ก้าวสั้นๆในวันแดดออก(เมืองโบราณ)

    posted on 23 Jun 2009 16:32 by mamphis

     

     

    วันอาทิตย์ที่ผ่านมา อากาศดี เหมือนฟ้าฝนจะเป็นใจ ให้พวกเราได้"ออกเดินทาง"

    เป็นการเดินทางเล็ก ๆ ระยะสั้นเพียงก้าวสั้น ๆ ใกล้กรุงเทพแค่ไม่ถึงชั่วโมง  

     

     

     

    ที่ที่พวกเราเลือกหรือจริง ๆ คือที่ที่ฉันและขิงเลือกคือ"เมืองโบราณ"

    ที่ที่พวกเราคุยกันมานานแล้วว่าจะไป จะไป จะไป แต่ก็ไม่ได้ไปสักที ครั้งนี้จึง

    ได้โอกาสไปกันด้วยฟ้าฝนเป็นใจ แดดแรงพอควร(ควรที่จะพกร่มไปด้วย)

     

    ฉันจำไม่ได้ว่าเราถึง"เมืองโบราณ"กันกี่โมง เนื่องด้วยเวลานัด กันตอนเช้าจะต้องแบ่ง

    เวลาให้กับมื้อเช้า จนฉันไม่ได้สนใจว่าเวลาที่ไปถึงคือเท่าไร จัดแจงซื้อบัตรเข้าชม

    ตกหัวละ 200 บาท ค่าคนเข้า 150 ค่าจักรยาน 50 บาท เป็นอันเสร็จ

     

    เดินไปเลือกจักรยานโอ้แม่เจ้า ช่างเข้ากับสถานที่จริง ๆ

     

     

    ฉันไม่ได้ถ่ายมามั่วแต่อึ้งขอยืมของน้ำขิงมาโชว์แทน แต่มันเป็นคันที่ฉันใช้คะ

    ว่าเลือกมาอย่างดี เลือกแล้วเลือกอีก จนมาเจอคันนี้ เอาก็เอา(ว่ะ)

    ถีบตอนแรกแค่คอเอียง ถีบ ๆ ไปเบรคไม่อยู่คะ สักพัก(ไม่ใหญ่เลย)

    ขาตั้งพัง ต้องใช้พิงแทน เอากะมันซิ แต่ก็ปลอดภัยตลอดทริปคะ

     

    สถานที่แรกที่พวกเราเข้าไปเจอคะ แหะ แหะ ฉันเอาแต่ถ่ายไม่ได้สนใจซะด้วย

    ว่าชื่ออะไรรู้แค่ว่าเป็นสถานที่ ที่อยู่ในจังหวัดสุราษธานีคะ

    บัววิคเตอเรียที่ฉันอยากถ่ายมานานเพิ่งจะมีโอกาส เห็นแล้วรู้สึกกลัวปนงง

    เคยเห็นแต่ตอนดอกบานว่าสวย ๆ แต่กว่าจะสวยได้น่ากลัวมิใช่น้อย อีกอย่าง

    ที่อย่างลองคืออยากลองลงไปยืนดูคะว่า คนสามารถยืนได้จริง ๆ ฤ? แต่..

    ก็มีคนห้ามไว้แถมบอกว่าฉันถูกหลอกคะ 

     

    ดอกพวงชมพู(มีใครบางคนบอกชื่อให้คะ) ที่มีให้เห็นอยู่โดยทั่วในเมืองโบราณ

    มีเยอะจนใครบางคนอย่างจะเอามาปลูกที่บ้านฉัน แต่ฉันกลัวมันรกคะเลยขอปฏิเสธไป

     

     

    เพื่อนร่วมทริปที่ ยิงกล้องใส่กันตลอดเวลา ฉันชอบรูปนี้คะ ฉันว่ามันดูเก่า ๆ ดู

    เหมือนมันผ่านมากนาน อย่างให้ ในนาน ๆ เหมือนการที่พวกเราจะคบกัน คบกัน

    ให้เก่า ๆ นาน ๆ อย่างในรูปนี้

     

    รูปต่อ ต่อ ต่อไป ก็เป็นภาพโดนรวมของทริปนี้ที่ฉันไปมา รูปไม่เยอะ แถมไม่เน้นสถานที

    เหมือน ๆ กับที่ฉันเห็นใครต่อใครไปถ่ายกัน ฉันไม่มีคะ ส่วนใหญ่เป็นแนวธรรมชาตที่

    ฉันชอบ และคิดว่า มันหาได้ยาก ณ ปัจจุบันนี้ ถึงแม้เราจะออกไปต่างจังหวัดก็ตามที

    โดยรวมฉันชอบรูปที่ถ่ายออกมาคะ ค่อนข้างมาก ฉันชอบแสงที่ได้ในตอนถ่าย ชอบ

    บรรยากาศที่ได้ไปถีบจักรยานกับพวกเขา ชอบที่เรายังไปด้วยกันได้ ^_^

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    จบทริปนี้ด้วยภาพผีเสื้อที่พอเห็นรูปก็ทำให้ฉันนึกถึงบทความที่เคยผ่านตา

    มาเกี่ยวกับการถ่ายรูปว่า การที่ถ่ายรูปแบบนี้ได้ถือว่าคุณเกือบ ๆ จะเทิร์นโปร

    ในการเป็นช่างภาพได้ คิดแล้วฉันก็ขำขำคะ ว่ามันไม่ได้ยากตรงไหนเลยหนิ

    งั้นฉันก็เป็นโปรแล้วซิ หรือว่ายังไงกันคะ ^_^

    Tags: การเดินทาง, ท่องเที่ยว, สมุทรปราการ, เมืองโบราณ6 Comments

    vivi 'cafe

    posted on 22 Jun 2009 12:08 by mamphis

     

     

    "วีวี่" ร้านกาแฟสไตร์ ชิลล์ ชิลล์ นั่งสบาย ๆ รับลมเย็น ๆ

    ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แถว ๆ ท่าเตียน คิดว่าหลายคนคงรู้จักกันแล้ว

    แต่ฉันเพิ่งรู้ ! คะ ทั้ง ๆ ที่ไปแถวนั้นบ่อยมาก ๆ ไปมาเมื่อวันอังคาร

    ที่ผ่านมา จริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะไปร้านนี้ ที่ตั้งใจและมุ่งมั่นมาก อยาก

    ไปคือร้าน "A day in Summer" แต่..!!!!

    ไปแล้วต้องผิดหวังอย่างแรงไม่ใช้ร้านปิด หรือ บริการไม่ดี ฉัน อึ้ง!!

    มันเหมือนถูกหลอก ยังไงไม่รู้ ร้านนี้ ฉันเห็นใน ทีวี รายการหนึ่งซึ่ง

    แนะนำร้านสไตร์ชิลล์ ๆ น่ารัก ๆ ฉันดู อืม..ร้านน่ารัก น่านั่ง น่าไป

    เข้าไป Search ใน google ผลที่ได้รูปสวยมาก คนที่ไปทุกคน

    ชมกันเป็นเสียงเดียวกันว่า ร้านนี้ห้ามพลาด ! สำหรับคนชอบตะเวนชิม

    ตะเวนเที่ยวร้านสไตร์แบบนี้ คำพูดของใครบ้างคนผุดขึ้นมาในหัว

    "เที่ยวทั่วไทยไม่ไปไม่เข็ด เชื่อไม่ได้หรอกครับ รูปที่เอามาลง คำบรรยาย

    ที่พิมพ์บอกต่อ ๆ กันมาเชื่อได้ที่ไหนกัน  รูปนะใคร ๆ ก็ต้องเลือกมุมที่ดูดี

    มุ่งสวย ๆ ถ่ายเอามาโชว์ก็ต้องคัดแต่รูปดี ๆ อยู่แล้วก็เหมือนกับที่เรามาถ่ายนี้แหละ

    มุมไม่ดี ไม่สวยใครจะถ่าย มาแล้วไม่ดีใครจะกล้าบอกกลัวคนรู้ว่าถูกหลอก..จริงไหมครับ"

     

    อยากตอบไปลอย ๆ ตามความคิดว่าจริงครับ และเพราะไปแล้วผิดหวังจากร้านนี้ จึงต้อง

    หาอีกร้านมาทนแทน ก็นึกขึ้นได้ว่า ร้านนี้ที่ Search เจอในเวลาไรเรี่ยกันก็คือ

    "ร้าน Vivi'Cafe"จะโดนหลอกอีกก็ให้มันรู้กันไป ต้องลอง และก็ไม่ผิดหวัง

    กับบรรยากาศของร้านคะ คงเพราะชอบน้ำ ร้านริมแม่น้ำอย่างนี้จึงถูกใจฉันเป็นพิเศษ

    นั่งได้เรื่อย ๆ ส่วนเรื่องของกิน ยังต้องไปชิมอีกหลาย ๆรอบเพราะ ยังไม่ได้

    ชิมกาแฟ เค้กก็ชิมไปแค่สองชิ้น จึงตกลงใจ กับตัวเองว่า จะกลับไปที่ร้านนี้อีก

    อาจจะเรื่อย ๆ หรือจนกว่าฉันจะเจอร้านที่ถูกใจมากกว่านี้ ส่วนใครบางคน

    ที่ยังไม่ได้ไปในวันนั้น ถ้าอยากไปฉันจะพาไปว่าแต่อยากไปเมื่อไรก็บอกนะ 

     

     

    การพักสมอง พักใจของฉันหลายคน(ที่เข้ามาเรื่อย ๆ)คงรู้อยู่แล้ว

    ของฉันคือการไปทานเค้ก ในร้านกาแฟน่ารักๆ สักร้านก็ช่วยได้

     

     

     

     

    แว๊บ..แรกที่เห็นร้านนี้ ฉันนึกถึงร้านอีกร้านหนึ่งที่เขาใหญ่ คล้ายกันมาก

     

     

    "ชามิ้น..ที่สั่งได้เพราะใครบางคนไม่ได้มาด้วย"

     

     

    "วิวหลังแก้วชาคือพระปรางค์วัดอรุณฯ"

     

     

    "ทาร์ต โอริโอ้ บานาน่า..อร่อยมากเพราะฉันชอบ"

     

     

    "มอคค่าช็อกโลแกต..ที่ฉันกับขิงคิดว่ามันคือสังขยากาแฟ"

     

     

    "คำแรก..เต็ม ๆ กับกล้วยหอมมมมมมมมม"

     

     

    "ใกล้หมดแหละ..และก็อ่ำ..คำสุดท้ายฉันเอง"

     

     

    "ชิ้นนี้เหลือ..ถ้าใครบางคนมาพวกฉันคงโดน..สายตาเย็นชารับลมแน่ๆเลย"

     

    "ป้ายหน้าร้านก่อนกลับ..แล้วจะแวะไปชิมให้เรื่อย ๆ นะคะ"

     

    6 Comments

    เยี่ยมบ้าน"ร้านสิทธิสังข์"

    posted on 31 May 2009 08:59 by mamphis

     

     

     

    เมื่อวานพอดีมีธุระเลยได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้าน ที่จ.กาญฯ มาคะ

    หลังจากที่ไม่ได้กลับไปประมาณ 2 เดือน (ถ้าไม่มีธุระก็คงไม่ได้กลับ แหะ แหะ)

    เลยได้โอกาสแวะเอาคุ๊กกี้ไปให้แม่ชิมมา 1 กระปุกใหญ่ เปิด ชิมตะโกนบอกลูกที่อยู่

    หน้าบ้าน"รสชาตดีกว่าหน้าตานะ" เอ๊ะยังไง! แม่บอกคุ๊กกี้หน้าตาไม่สวยเลยแต่ก็พอ

    ทานได้ ทำให้สวยกว่านี้ซิลูก นั่นคือประโยคที่พูดกับลูก พอมีคนอื่น(แขกขอตามไปเที่ยวบ้าน)

    คำพูดของแม่กลับกันทันที "สวยก็ไม่สวย..อร่อยก็ไม่อร่อย!"ซะงั้นแม่ฉันแหย่แม่แซวแม่

    เยี่ยมแม่พอเป็นพิธีก็ขอตัวกลับพร้อมผู้ตามติดอีกหนึ่ง (มาทำมั้ยเข้ามาบ้านแค่ชั่วโมงเดียว)

    ผู้ติดตามคงสงสัยมาตั้งไกล มาแป๊บเดียวแม่ไม่ว่าเอา ฤ? ขอตอบแม่คุ้นชินแล้วกับฉัน

    ที่เป็นแบบนี้ ลาแม่สวัสดีแม่ ก็ได้เวลาพาผู้ติดตามไปเที่ยวชมเมืองกาญฯสักหน่อย

    ที่ ๆ ฉันเลือกคือร้านกาแฟเปิดใหม่ ตั้งอยู่ใกล้ ๆ หน้าเมือง หรือที่คนเมืองกาญฯเรียกกันใน

    ปัจจุบันนี้ว่า "ถนนคนเดิน"เป็นร้านกาแฟที่บูรณะขึ้นมาใหม่จากตึกเก่าในโซนนั้น

     

     

    ชื่อร้าน"สิทธิสังข์" บ้านสิทธิสังข์ ตึกเก่า 2 ชั้นติดกัน 3 คูหา สไตล์โคโลเนียล บรรยากาศ

    สบาย ๆ พนักงานยิ้มแย้มเป็นกันเอง โดยรวมโอเคหมดคะ เสียอย่างเดียว คือไม่มี Cake ให้ทาน

    แต่ก็มี วาฟเฟิลมาช่วยชีวิตได้ วาลเฟิลร้อน ๆ ทำใหม่ ๆ ราดด้วยน้ำผึ้งแท้ ลงตัวดีคะ ถือว่าร้านนี้

    ผ่านนะสำหรับฉัน หมายมั่นปั้นมือกับผู้ติดตามอีกคนว่า เราจะมาเยี่ยมร้านนี้กันอีก จริง ๆ เรามี

    แผนบ้างอย่างกับร้านนี้อยู่คะ แต่ จุ๊ จุ๊ ขอเก็บไว้ก่อน เริ่มดำเนินการเมื่อไรจะมาส่งข่าวอีกรอบ

    วันนี้เอาบรรยากาศร้านและ"ถนนคนเดินเมืองกาญฯ"

    มาให้ชมกันก่อน ช่วย ๆกัน ไปเที่ยวกัน หน่อยนะคะ ใกล้กรุงเทพแค่ชั่วโมงกว่า ๆ หาง่าย

    ไม่อยากให้ถนนคนเดินนี้ล่ม เพราะบรรยากาศที่ชวนเงียบไปคะ

     

     

    Ps.ไปครั้งนี้เราไม่ได้บอกใครบ้างคน ต้องขอโทษมา ณ ที่ตรงนี้ด้วยที่เราสองคนหนีเที่ยว

    กันเองอีกแล้ว แต่เราคิดถึงตลอด ตลอดเลยนะที่ใครอีกคนไม่ได้มาด้วยกัน แล้วจะพาไปที่หลังนะ 

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    Tags: การเดินทาง, ที่ไม่ได้, ร้านกาแฟ, สำนึกรักบ้าน, เกิด, เยี่ยมบ้าน8 Comments

    B'Muse...

    posted on 08 May 2009 10:19 by mamphis

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    B'Muse ร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ริมคลองปะปาประชาชื่น

    ที่ฉันตั้งใจจะไปมานานแล้ว แต่ก็คลาดแคล้วซะทุกครั้งที่ตั้งใจจะไป

    แต่พอไม่ตั้งใจกลับได้ไป(ซะงั้น)เพิ่งไปมาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

    ที่ว่าไม่ตั้งใจเพราะไม่ตั้งใจจริง ๆ จากการที่วันนั้นตั้งใจจะอยู่บ้าน

    ในครึ่งวันบ่ายหลังจากที่ต้องไปผจญผ่านเรื่องราวบ้างเรื่อง

    ที่ค่อนข้างทำให้ใจสะเทือนแต่ว่าเรื่องอะไรนั้นขอละไว้ใน

    ฐานที่ฉันจะเข้าใจคนเดียวก็พอ..

     

    ที่ได้ไปร้านนี้เพราะการมาเยือนของคนสองคนที่มาลากฉันออกจาก

    บ้านทั้ง ๆ ที่ฉันก็บอกไปตามสายแล้วว่าฉันไม่ไปแต่..

    ดูเหมือนประโยคบอกกล่าวของฉันประโยคนี้จะไม่มีใคร ใคร สนใจเลย

    จึงบุกมาถึงบ้าน..ลากฉันออกไปจนได้โดยที่จะไปไหนก็ไม่รู้ อยากไป

    ไหนก็ไม่บอก..ฉันจึงต้องเป็นคนเลือกอีกเช่นเคย

    แล้วชื่อของร้านนี้ก็ลอยเข้ามา "B'Muse"อย่างไม่ตั้งใจ

    พวกเราก็มาถึงที่ร้าน แต่โชคร้ายไปนิสส์ คือในตอนที่มาถึงอาจจะ

    เพราะเกือบจะเย็นแล้วบวกกับเป็นวันเสาร์"เค้กจึงหมด"

    แต่แปลกที่มันไม่ได้ทำให้ฉันอารมณ์เสียหรือเสียความรู้สึกอะไรเลย

    ฉันกลับชอบร้านนี้และตั้งใจว่าฉันจะกลับไปอีก บรรยายกาศของร้าน

    ฉันว่าด้วยความที่เป็นร้านเล็ก ๆ มันเลยดูสบาย ๆ ชิลล์ ๆ

    อย่างบอกไม่ถูก แต่ฉันกลับชอบอาจเพราะมันทำให้ฉันนึกย้อน

    ไปถึงร้าน ๆ หนึ่งที่ฉันเคยไปนั่งกับเพื่อน ๆ ในตอนปีใหม่ก็เป็นได้

    ร้านไม่เหมือนกันแต่อารมณ์ฉันในตอนนี้กลับเหมือนได้กลับ

    ไปนั่งที่ร้านที่เชียงใหม่..พิมพ์มาซะยืดยาวแค่เพียงอยากจะบอกว่า

    ฉันชอบร้านนี้เข้าแล้วอาจถึงขั้นหลงรักเลยก็เป็นได้

    ไม่รู้เพื่อน ๆ ที่ไปด้วยกันคิดแบบนี้มั้ย แล้วถ้าฉันจะถามพวกเค้าว่า

    "ฉันอยากให้ร้านนี้ B'Muse เป็นร้านประจำของพวกเรา"

    ว่าแต่..พวกเค้าจะคิดยังไง..ยังจะเห็นด้วยกับฉันไหม?

     

    Ps.รูปบ้างรูปก็ถ่ายมาเองผสม ผสมกับที่ไป save มาช่วงนี้เบื่อมุมกล้องตัวเองจัง

    Tags: การเดินทาง, กาแฟ, ร้านอาหาร13 Comments

    วันสบายๆบนดอยอินทนนท์(อีกสักครั้ง)

    posted on 24 Jan 2009 18:37 by mamphis

     

    การเดินทางกลับมายังจุดที่พวกเรา นัดกับพี่โชเฟอร์เมื่อเช้านี้ บรรยากาศผิดกันมาก

    อาจเพราะขากลับพวกเรานั่งข้างหลัง อาจเพราะขากลับพวกเรามีแสงสว่างนำทาง

    ไม่เหมือนกับขาขึ้นไปที่มีแต่ลมหนาวและความมืด

    ระหว่างทางที่กลับ ต้นไม้ครึม ลมเย็น ๆ ทำให้รู้สึกสบายจนอยากจะหลับ

    แต่ก็ไปเจอกับสิ่งที่ทำให้ใจตื่นตา ตลาดที่ชาวบ้านแถวนั้น(คิดเอาว่าน่าจะใช่ชาวบ้านแถวนั้น)

    นำของมาขาย ด้วยความเร็วของรถที่แล่นมองไม่ชัดเท่าไรว่ามีอะไรบ้างแต่ไม่ทัน

    แต่ใจพวกเราก็เร็วไม่แพ้รถ ไม่ทันที่จะได้พูดได้ถามอะไร เหมือน ๆ พวกเราจะตกลงกันได้ตั้งแต่ในใจแล้วว่า

    พวกเราจะต้องมาเดินที่ตลาดแห่งนี้ หลังจากอิ่มท้อง และฉันรู้สึกสบายตัวมากกว่านี้

    ณ จุดเริ่มต้นในยามเช้าพี่วาดส่งพวกเราลง ณ จุดเดิมที่รับพวกเรามา เราต่างขอบคุณกันและกัน

    ในการร่วมทางในยามเช้า ขอบคุณในอัธยาศัยดี ๆ ของพี่คนขับ ต่างฝ่ายต่างทิ้งท้าย

    เหมือนจะมีเยื่อใยกันว่าถ้าพรุ่งนี้จะกลับแล้วหารถลงไปไม่ได้พวกเราก็จะขอใช้บริการ

    พี่วาดอีกเช่นเดิม พี่วาดยิ้มรับอย่างยินดี...

     

    จากตอนแรกที่ตกลงกันว่าจะหาอะไรกินกันก่อนแล้วค่อยกลับไปที่พักเพื่อที่ฉันและขิงจะได้

    อาบน้ำกันแล้วค่อยไปตลาดที่เพิ่งผ่านมา แผนเปลี่ยนฉันคิดว่า ฉันอยากอาบน้ำก่อน

    แล้วค่อยหาอะไรกิน จากนั้นอีกครึ่งวันที่เหลือ พวกเราจะกลับไปลุยที่โครงการหลวงกันต่อ

    เป็นอันตกลงได้ อากาศในตอนที่ลงจากรถแรกเริ่มยังรู้สึกอุ่น ๆ แต่พอเดินมาใกล้ที่ทำการอุทยานฯ

    มาเย็นกลับมา ลมหนาวตามมาติด ๆ ระหว่างทางที่เดิน ฉันนิ่ง ฉันทำเฉย ๆ เพราะฉันรู้ว่า

    ภัยกำลังจะมาถึงตัว ภัยที่ว่าคือรถ ATV ที่ชาวคณะอีกสองคนให้ความสนใจตั้ง

    แต่วันแรกที่มาถึง ฉันก็อยากลองขับ อยากลองนั่ง ถ้ามันจะไม่ใช่ที่นี้ แค่ถ้ามันเป็นที่เขาใหญ่

    ฉันยินดีที่จะลอง ยินดีที่จะทำตามถ้าชาวคณะเพ็นพอง แต่ที่นี้อินทนนท์(นะเฟ้ย)รถก็เยอะ

    ทางก็ชัน คนก็มาก ฉันไม่กล้าและฉันก็ไม่อายที่จะบอกออกไปตรง ๆ ฉันอิดออด ยืนยัน

    นั่งยัน ว่าไม่เพียงอย่างเดียว แต่คำว่าไม่ก็ทำให้ฉันรู้สึกผิดขึ้นมา..

    ระหว่างเดินกลับ..ระหว่างอาบน้ำ..ระหว่างแต่งตัว..ระหว่างกินข้าว

    ฉันเหมือนโดนสะกดจิต ATV..ATV..ATV แต่คำตอบของฉันก็ยังไม่

    เป็นคำตอบที่ฉันยืนยันไปกับชาวคณะในตอนนั้น..หลังจากจัดการทำให้ท้องอิ่มแล้วเรา ๆ ทั้งหลาย

     

     

    ก็พาตัวเองเดินย่ำไปตามเส้นทางของธรรมชาติ..ในตอนแรกที่เริ่มออกเดินรู้สึกได้เหมือนฉัน

    ไปขโมยความสุขมาจากชาวคณะอีกสองคนในขณะที่ฉันยังดื่มด่ำ กับธรรมชาติ ถ่านรูปสองข้างทาง

    ทำไมเหมือนฉันมีความสุขอยู่กับการเดินเพียงคนเดียว ประโยคที่ผุดขึ้นมาในใจในตอนนั้นคือ

    ก็ได้(ว่ะ)ATV ก็ ATV ถ้ามันจะทำให้คนอีกสองคนกลับมาร่างเริงเหมือนเดิมฉันยอมก็ได้

    แต่ยังไม่ได้บอกไป ขอเที่ยวตลาดข้างทางนี้ก่อนแล้วฉันจะบอกข่าวดีที่หลัง..

     

    ผัก ผลไม้ นั้น นู่น นี้ มันทำให้ใจอิ่มได้โดยไม่ต้องกิน จนพวกเราก็อดไม่ได้ว่าอยากจะย้ายมา

    อยู่ที่นี้จริง ๆ เลย เหมือนเราจะถาม ๆ กันว่าถ้าให้มาอยู่จะอยู่ได้ไหม..คำตอบก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าได้

    แต่ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า ที่มันทำให้พวกเราคิดแบบนี้มันเป็นเพราะฤดู รึเปล่าที่ทำให้คิด

    ถ้าเป็นหน้าร้อนหล่ะพวกเราจะอยากมาอยู่กันที่นี้ไหม..แต่ก็ได้แต่คิด แต่ฉันว่าฉันอยู่ได้นะ ^ ^

     

     

    เราอยากซื้อ อยากอุดหนุนชาวบ้าน คนขาย แต่ก็ทำไม่ได้เพราะจนใจพวกเราไม่ได้

    เอารถส่วนตัวมากันหนิ เลยได้แต่ของเก็บภาพมาเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ แอบอุดหนุนบ้างใน

    บางอย่างที่ทานได้เลย มีติดมือมาก็เบบี้แครอทลูกผสมเพราะฉันว่ามันไม่แท้

     มันเผาที่เหล่ชาวบ้านแล้วนึกอยากโดยคนบางคน

    ส้มจีนทัดทานที่ฉันค้านแล้วก็ไม่มีใครฟัง มะพร้าวเผากะลา เพราะแค่เอากะลาไปผิงไฟ..

    ไม่ใช่จะติ จะติงของเขานะคะ แต่คิดขึ้นได้ก็อยากตั้งชื่อให้เป็นความทรงจำยิ้ม ๆ ส่วนตัว

    เราเดินตลาดจนมีบางคนเริ่มบ่น ๆ ว่าเมื่อยขา ฉันจึงของเก็บข่าวดีเรื่อง รถATVเอาไว้ก่อนและเสนอว่า

    เรากลับไปตั้งหลักกันที่ ที่พักกันก่อนแล้วบ่ายหน่อย ๆ ค่อยไปเก็บตกโครงการหลวงกันดีกว่า

    ทุกคนลงความเห็นว่าแบบนั้น(ว่าง่ายในบางเวลา) เพราะเมื่อยขากันหล่ะซิ..

    แต่ระหว่างทางที่เดินกลับก็ยังอดที่จะแวะถ่ายรูปกันไม่ได้ เสียงธารน้ำที่อยู่ข้างหลังตลาดมันดึงดูดคะ

     

     

    เสร็จแล้วก็ไปสะดุดเอา แปลงสตอเบอรี่ข้างทาง ที่ก็อดไม่ได้แต่ยังกล้า ๆ กลัว ๆว่าถ้าเดินเข้าไปอาจจะโดนไล่ได้

    แอบถามป้าที่หน้าห้องน้ำ ป้าก็บอกมาว่าเข้าได้ พวกเราเชื่อป้าคะ ถึงแม้เราจะรู้ว่าป้าก็ไม่ใช่เจ้าของ

    เพราะเราคิดกันแล้วว่า เราจะของเอาป้าเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเพียงมีใครมาไล่พวกเรา พวกเราก็จะได้

    มั่นใจได้เลยว่า เราจะพูดได้เต็มปากว่า"ก็ป้าบอกเข้าได้" เป็นคนดีกันไหมคะพวกฉัน

     

     

    หลังจากถ่ายรูปสตอเบอรี่(ของใครก็ไม่รู้)เสร็จพวกเราก็เหมือนจะตั้งหน้าตั้งตาเดินกลับ

    กันอย่างมาก คงเพราะแดดที่ร้อน ทำให้รู้สึกว่าเดินเร็วเท่าไรก็คงสบายเมื่อนั้น

    เดิน เดิน เดิน จนถึงที่พัก เหมือนจะหมดแรง ปวดหัว ง่วงนอน จากที่ตั้งใจจะไปโครงการหลวงฯกันต่อ

    ก็คงต้องขอพักเอาแรงกันสักนิดหนึ่งนะคะ

     

     

     

    (To be continue)...

     

    Tags: ดอยอินทนนท์, บันทึกการเดินทาง, เชียงใหม่16 Comments

    พระมหาธาตุ..นภพลภูมิสิริ..นภเมทนีดล

    posted on 10 Jan 2009 21:01 by mamphis

     

    หลังจากที่ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของสยามมาแล้ว พวกเราก็ได้เวลาไปต่อในโปรแปรมที่

    พี่โชเฟอร์จัดไว้ให้อย่างคร่าว ๆ นั้นคือย้อนกลับมายังจุดเดิมที่พวกเราแวะกันในตอนฟ้าสาง

    พี่โชเฟอร์ปล่อยให้พวกเราชาวคณะลงในบริเวณที่จอดรถ เพื่อให้ต่อรถขึ้นไปยัง

    พระมหาธาตุ..นภพลภูมิสิริ..และนภเมทนีดล ซึ่งจะขับขึ้นไปได้เฉพาะรถของเจ้าหน้าที่เท่านั้น

    เราถามว่าด้วยจะได้เตรียมตัวและตังค์ถูกว่าต้องจ่ายค่ารถเท่าไร

    คุณพี่โชเฟอร์ตอบเราว่ารถฟรีครับ บริการฟรี ไม่ต้องเสียเงินครับ..ถูก..ของพี่เขาคะ

    เราไม่ต้องเสียเงินค่ารถจริงแต่ต้องเสียค่าเข้าไปในบริเวณ พระธาตุฯแทน

    ก็สมเหตุสมผลดีคะ เพราะดูโดยบริเวณรอบ ๆ แล้ว คงต้องใช่คนดูแลเยอะพอสมควร

    ไม่อย่างนั้นคงไม่ออกมาสวยและร่มรื่นได้ขนาดนี้

    ความหนาวเริ่มบรรเทาลง อาการบ้าถ่าย(รูป)ของฉันและขิงเริ่มกลับมา

    ในตอนแรก ๆ ที่มาถึง พวกเราต่างคนต่างเดินไปในจุดที่แต่ละคนชอบ คิดได้ว่า เฮ้อ..ฉันมากับเพื่อนอีก

    2 คนนี่ฉันก็ได้สติกลับมาและเดินไปรวมกับเพื่อนๆ แรก ๆ พวกเราเอาแต่ถ่ายรูปวิว จนมี

    หนึ่งในคณะเริ่มสังเกตเห็นว่า ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่คงไม่ได้รูปคนเลยสักรูป เริ่มมีการบังคับ

    เชิงขู่เค็ญให้ฉันและขิงต้องเข้าไปอยู่ในเฟรมของเขาแล้ว และใครจะยอมโดนอยู่ฝ่ายเดียวหล่ะคะ

    ตกลงก็ต่างฝ่ายต่างบังคับกันอีกเช่นเคย (เป็นกลุ่มที่ไม่เคยยอมกันเลยจริง ๆ )

     

      

    พื้นที่ที่กว้างบวกกับมีนั้น โน่น นี้ ให้เราได้ถ่ายรูปอยู่ตลอดเวลา การพูดคุย หรือรายระเอียดจึงเหมือน ๆ

    จะน้อยกว่าที่อื่น ๆ แต่ !! เสียงหัวเราะของพวกเราก็ยังมีได้ตลอดเวลา ไม่รู้จะร่าเริงอะไรกันนักหนา

    จนฉันอดคิดไม่ได้ว่า..ณ เวลานี้ฉันมีความสุขมาก มากจนฉันเริ่มจะกลัวว่าถ้ากลับ

    มาถึงกรุงเทพ ฉันจะต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่ถึงฉันต้องเจอกับอะไรฉันก็จะของหยิบยกช่วง

    เวลานี้ขึ้นมาเพื่อว่าเวลาที่ได้คิดถึง ฉันก็จะยิ้มกับมันได้เสมอ ๆ พวกเราเดินจนเหนื่อย ฉันเมื่อย

    และเริ่มรู้สึกถึงอากาศที่อุ่นขึ้น จนรู้สึกปวดหัวจี๊ดๆ แต่ก็พอทนได้ (ไม่ได้บอกใครอีกเช่นเคย)

     

    พวกเรา ถ่าย ๆ (รูป) จนคิดว่าสมควรแก่เวลา ทั้งแก่เวลาที่พี่โชเฟอร์ให้พวกเรา

    และแก่เวลาความหิวที่เริ่มมาเยือนพวกเรา พวกเราตกลงกันว่า ลงไปแล้วหาอะไรกินกันก่อน

    แล้วพวกเราจะกลับไปที่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ กันอีกครั้งเพราะเมื่อวาน

    ที่พวกเรามาถึง เรามีเวลาน้อยได้เพียงแค่เดินเข้าไปตรงหน้าทางเข้าแต่ยังไม่ได้เข้าไปถึงด้านในกัน

    เพราะเฉพาะนั้นพวกเราจึงต้องกลับไป...

    (To be continue)...

     

     

    Tags: การเดินทาง, ดอยอินทนนท์, นภพลภูมิสิริ, นภเมทนีดล, บันทึกการเดินทาง, เชียงใหม่16 Comments
    Previous | Next

    Powered by exteen blog. You may view this blog RSS or ATOM.