การเดินทางกลับมายังจุดที่พวกเรา นัดกับพี่โชเฟอร์เมื่อเช้านี้ บรรยากาศผิดกันมาก
อาจเพราะขากลับพวกเรานั่งข้างหลัง อาจเพราะขากลับพวกเรามีแสงสว่างนำทาง
ไม่เหมือนกับขาขึ้นไปที่มีแต่ลมหนาวและความมืด
ระหว่างทางที่กลับ ต้นไม้ครึม ลมเย็น ๆ ทำให้รู้สึกสบายจนอยากจะหลับ
แต่ก็ไปเจอกับสิ่งที่ทำให้ใจตื่นตา ตลาดที่ชาวบ้านแถวนั้น(คิดเอาว่าน่าจะใช่ชาวบ้านแถวนั้น)
นำของมาขาย ด้วยความเร็วของรถที่แล่นมองไม่ชัดเท่าไรว่ามีอะไรบ้างแต่ไม่ทัน
แต่ใจพวกเราก็เร็วไม่แพ้รถ ไม่ทันที่จะได้พูดได้ถามอะไร เหมือน ๆ พวกเราจะตกลงกันได้ตั้งแต่ในใจแล้วว่า
พวกเราจะต้องมาเดินที่ตลาดแห่งนี้ หลังจากอิ่มท้อง และฉันรู้สึกสบายตัวมากกว่านี้
ณ จุดเริ่มต้นในยามเช้าพี่วาดส่งพวกเราลง ณ จุดเดิมที่รับพวกเรามา เราต่างขอบคุณกันและกัน
ในการร่วมทางในยามเช้า ขอบคุณในอัธยาศัยดี ๆ ของพี่คนขับ ต่างฝ่ายต่างทิ้งท้าย
เหมือนจะมีเยื่อใยกันว่าถ้าพรุ่งนี้จะกลับแล้วหารถลงไปไม่ได้พวกเราก็จะขอใช้บริการ
พี่วาดอีกเช่นเดิม พี่วาดยิ้มรับอย่างยินดี...
จากตอนแรกที่ตกลงกันว่าจะหาอะไรกินกันก่อนแล้วค่อยกลับไปที่พักเพื่อที่ฉันและขิงจะได้
อาบน้ำกันแล้วค่อยไปตลาดที่เพิ่งผ่านมา แผนเปลี่ยนฉันคิดว่า ฉันอยากอาบน้ำก่อน
แล้วค่อยหาอะไรกิน จากนั้นอีกครึ่งวันที่เหลือ พวกเราจะกลับไปลุยที่โครงการหลวงกันต่อ
เป็นอันตกลงได้ อากาศในตอนที่ลงจากรถแรกเริ่มยังรู้สึกอุ่น ๆ แต่พอเดินมาใกล้ที่ทำการอุทยานฯ
มาเย็นกลับมา ลมหนาวตามมาติด ๆ ระหว่างทางที่เดิน ฉันนิ่ง ฉันทำเฉย ๆ เพราะฉันรู้ว่า
ภัยกำลังจะมาถึงตัว ภัยที่ว่าคือรถ ATV ที่ชาวคณะอีกสองคนให้ความสนใจตั้ง
แต่วันแรกที่มาถึง ฉันก็อยากลองขับ อยากลองนั่ง ถ้ามันจะไม่ใช่ที่นี้ แค่ถ้ามันเป็นที่เขาใหญ่
ฉันยินดีที่จะลอง ยินดีที่จะทำตามถ้าชาวคณะเพ็นพอง แต่ที่นี้อินทนนท์(นะเฟ้ย)รถก็เยอะ
ทางก็ชัน คนก็มาก ฉันไม่กล้าและฉันก็ไม่อายที่จะบอกออกไปตรง ๆ ฉันอิดออด ยืนยัน
นั่งยัน ว่าไม่เพียงอย่างเดียว แต่คำว่าไม่ก็ทำให้ฉันรู้สึกผิดขึ้นมา..
ระหว่างเดินกลับ..ระหว่างอาบน้ำ..ระหว่างแต่งตัว..ระหว่างกินข้าว
ฉันเหมือนโดนสะกดจิต ATV..ATV..ATV แต่คำตอบของฉันก็ยังไม่
เป็นคำตอบที่ฉันยืนยันไปกับชาวคณะในตอนนั้น..หลังจากจัดการทำให้ท้องอิ่มแล้วเรา ๆ ทั้งหลาย
ก็พาตัวเองเดินย่ำไปตามเส้นทางของธรรมชาติ..ในตอนแรกที่เริ่มออกเดินรู้สึกได้เหมือนฉัน
ไปขโมยความสุขมาจากชาวคณะอีกสองคนในขณะที่ฉันยังดื่มด่ำ กับธรรมชาติ ถ่านรูปสองข้างทาง
ทำไมเหมือนฉันมีความสุขอยู่กับการเดินเพียงคนเดียว ประโยคที่ผุดขึ้นมาในใจในตอนนั้นคือ
ก็ได้(ว่ะ)ATV ก็ ATV ถ้ามันจะทำให้คนอีกสองคนกลับมาร่างเริงเหมือนเดิมฉันยอมก็ได้
แต่ยังไม่ได้บอกไป ขอเที่ยวตลาดข้างทางนี้ก่อนแล้วฉันจะบอกข่าวดีที่หลัง..
ผัก ผลไม้ นั้น นู่น นี้ มันทำให้ใจอิ่มได้โดยไม่ต้องกิน จนพวกเราก็อดไม่ได้ว่าอยากจะย้ายมา
อยู่ที่นี้จริง ๆ เลย เหมือนเราจะถาม ๆ กันว่าถ้าให้มาอยู่จะอยู่ได้ไหม..คำตอบก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าได้
แต่ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า ที่มันทำให้พวกเราคิดแบบนี้มันเป็นเพราะฤดู รึเปล่าที่ทำให้คิด
ถ้าเป็นหน้าร้อนหล่ะพวกเราจะอยากมาอยู่กันที่นี้ไหม..แต่ก็ได้แต่คิด แต่ฉันว่าฉันอยู่ได้นะ ^ ^
เราอยากซื้อ อยากอุดหนุนชาวบ้าน คนขาย แต่ก็ทำไม่ได้เพราะจนใจพวกเราไม่ได้
เอารถส่วนตัวมากันหนิ เลยได้แต่ของเก็บภาพมาเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ แอบอุดหนุนบ้างใน
บางอย่างที่ทานได้เลย มีติดมือมาก็เบบี้แครอทลูกผสมเพราะฉันว่ามันไม่แท้
มันเผาที่เหล่ชาวบ้านแล้วนึกอยากโดยคนบางคน
ส้มจีนทัดทานที่ฉันค้านแล้วก็ไม่มีใครฟัง มะพร้าวเผากะลา เพราะแค่เอากะลาไปผิงไฟ..
ไม่ใช่จะติ จะติงของเขานะคะ แต่คิดขึ้นได้ก็อยากตั้งชื่อให้เป็นความทรงจำยิ้ม ๆ ส่วนตัว
เราเดินตลาดจนมีบางคนเริ่มบ่น ๆ ว่าเมื่อยขา ฉันจึงของเก็บข่าวดีเรื่อง รถATVเอาไว้ก่อนและเสนอว่า
เรากลับไปตั้งหลักกันที่ ที่พักกันก่อนแล้วบ่ายหน่อย ๆ ค่อยไปเก็บตกโครงการหลวงกันดีกว่า
ทุกคนลงความเห็นว่าแบบนั้น(ว่าง่ายในบางเวลา) เพราะเมื่อยขากันหล่ะซิ..
แต่ระหว่างทางที่เดินกลับก็ยังอดที่จะแวะถ่ายรูปกันไม่ได้ เสียงธารน้ำที่อยู่ข้างหลังตลาดมันดึงดูดคะ
เสร็จแล้วก็ไปสะดุดเอา แปลงสตอเบอรี่ข้างทาง ที่ก็อดไม่ได้แต่ยังกล้า ๆ กลัว ๆว่าถ้าเดินเข้าไปอาจจะโดนไล่ได้
แอบถามป้าที่หน้าห้องน้ำ ป้าก็บอกมาว่าเข้าได้ พวกเราเชื่อป้าคะ ถึงแม้เราจะรู้ว่าป้าก็ไม่ใช่เจ้าของ
เพราะเราคิดกันแล้วว่า เราจะของเอาป้าเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเพียงมีใครมาไล่พวกเรา พวกเราก็จะได้
มั่นใจได้เลยว่า เราจะพูดได้เต็มปากว่า"ก็ป้าบอกเข้าได้" เป็นคนดีกันไหมคะพวกฉัน
หลังจากถ่ายรูปสตอเบอรี่(ของใครก็ไม่รู้)เสร็จพวกเราก็เหมือนจะตั้งหน้าตั้งตาเดินกลับ
กันอย่างมาก คงเพราะแดดที่ร้อน ทำให้รู้สึกว่าเดินเร็วเท่าไรก็คงสบายเมื่อนั้น
เดิน เดิน เดิน จนถึงที่พัก เหมือนจะหมดแรง ปวดหัว ง่วงนอน จากที่ตั้งใจจะไปโครงการหลวงฯกันต่อ
ก็คงต้องขอพักเอาแรงกันสักนิดหนึ่งนะคะ
(To be continue)...